https://vitaminwater.co.th

ภูมิแพ้ รู้ไว้ไม่แพ้

ภูมิแพ้ โรคยอดนิยมที่เป็นกันมากทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งโรคนี้มีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี ทำให้เราต้องมีความรู้เท่าทันโรค เพื่อที่จะได้ดูแลและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม วันนี้ ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ มีความรู้มาฝาก

 

โรคภูมิแพ้เกิดจาก ?

โรคภูมิแพ้ เกิดจากร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ทำให้ไปกระตุ้นให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารเหล่านั้นมากผิดปกติ จึงทำให้เกิดอาการต่างๆตามมา แต่ละคนจะมีอาการและความรุนแรงไม่เท่ากัน เนื่องจากการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลต่างกัน ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นได้หลากหลายระบบของร่างกาย ขึ้นกับชนิดของโรคภูมิแพ้ที่เป็น

–  ถ้าเป็นที่ตา เรียกว่า โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้ (allergic conjunctivitis)

–  ถ้าเป็นที่จมูก เรียกว่า โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) หรือโรคแพ้อากาศ

–  ถ้าเป็นที่หลอดลม เรียกว่า โรคหลอดลมอักเสบภูมิแพ้ หรือโรคหืด (asthma)

–  ถ้าเป็นที่ผิวหนัง เรียกว่า โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic dermatitis)

–  ถ้าเป็นที่ระบบทางเดินอาหาร เรียกว่า โรคแพ้อาหาร (food allergy)

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้

1.พันธุกรรม ครอบครัว มีประวัติเกี่ยวกับโรคหอบหือหรือโรคภูมิแพ้

2.เด็กมีความเสี่ยงของการเกิดโรคมากกว่าผู้ใหญ่

3.มีโรคหอบหืด หรืออาการแพ้อื่นๆ

4.มลภาวะสิ่งแวดล้อม

 

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ จะช่วยทำให้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการแพ้ที่เกิดขึ้น โดยการที่แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมทั้งตรวจเพิ่มเติมโดยการใช้ชุดทดสอบภูมิแพ้ เพื่อให้ทราบชนิดของสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

ดังนั้น หากมีอาการที่กล่าวไปข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคและ ทำการทดสอบสารก่อภูมิแพ้ เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

 

การป้องกันโรคภูมิแพ้ และลดความเสี่ยงต่ออาการภูมิแพ้กำเริบ

ถึงแม้ว่าสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้นั้น มาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้แล้ว จะมีวิธีการป้องกันและดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้อาการของโรคภูมิแพ้นั้นกำเริบ จนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งวิธีการดูแลตัวเอง มีดังนี้

 

  1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เมื่อทราบสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลให้อาการภูมิแพ้กำเริบ เช่น ไรฝุ่น มลพิษทางอากาศ สารเคมี เกสรดอกไม้ หรืออาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ถ้าทราบว่าแพ้กลุ่มไรฝุ่น ควรหมั่นทำความสะอาดที่อยู่อาศัยและของใช้ตัวส่วนตัวอยู่เสมอ
  2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อน เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างเซลล์ในระบบภูมิต้านทาน
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายนั้จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตได้ดี และเสริมภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง
  4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉพาะ ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และอาจจะเลือกดื่มยันฮี วิตามิน วอเตอร์ ควบคู่ไปด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกายเรา

ในประเทศไทย โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) หรือโรคภูมิแพ้อากาศ เป็นโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยที่สุด และมีคนป่วยเป็นภูมิแพ้ประเภทนี้มากที่สุด 

 

โรคภูมิแพ้อากาศมีอาการอย่างไร ? 

ผู้ป่วยมักจะมีอาการคันจมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา ไอ จามติดๆกัน มีเสมหะมาก บางรายอาจมีอาการปวดตื้อๆบริเวณหน้าผาก หรือ ปวดศรีษะ หู อื้อ หรือ มีเสียงดังในหู การรับรู้กลิ่นน้อยลง บางรายอาจมีอาการแค่ในตอนช่วงเช้า พอสายๆอาการก็จะทุเลาไปเอง

 

 “ภูมิแพ้อากาศ” ป้องกันได้

  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมกลิ่นแรงๆ ควันบุหรี่ ควันธูป ควันรถ รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการเผชิญการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นเฉียบพลัน 
  • ทำความสะอาดบ้าน ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมไปถึงการแต่งบ้านให้มีของใช้น้อยๆ เพื่อลดการกักเก็บฝุ่น ตลอดจนการเปิดกระจก หรือผ้าม่าน เพื่อให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี
  • ออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทำให้อาการภูมิแพ้อากาศค่อยๆ หายไป
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้ร่างกายได้ชาร์จแบตหลังถูกใช้งานมาตลอดทั้งวัน
  • ทานอาหารดีมีประโยชน์ ทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ผัก และผลไม้ จึงเป็นเหมือนอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ป่วยภูมิแพ้อากาศ การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะการซื้อยามาทานเองอาจเป็นอันตรายต่อเยื่อจมูกได้ ทางที่ดีควรให้แพทย์วินิจฉัยและจ่ายยาให้ตามลักษณะอาการของบุคค